ข้ามไปยังเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ บ้าน ที่ดิน คอนโด 2569

อัปเดตล่าสุด ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ บ้าน ที่ดิน คอนโด 2569

Apr 24

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด หรือที่ดินเปล่า ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและถือเป็นจุดหมายปลายทางของการเปลี่ยนมือเจ้าของก็คือ "การโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน" ทว่าปัญหาที่หลายคนมักพบเจอคือความสับสนเรื่องค่าใช้จ่ายที่มีหลายรายการจนคำนวณไม่ถูก รวมถึงเอกสารที่ต้องเตรียมซึ่งมีความซับซ้อนตามประเภทของการโอน

บทความนี้จะพาคุณมาดูรายละเอียดค่าโอนในปี 2569 โดยในปีนี้รัฐบาลยังคงมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ถ้าคุณกำลังเล็ง “ซื้อบ้าน/คอนโดฯ ” ในปี 2569 บอกเลยว่ารัฐยังเดินหน้ามาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ต่อเนื่อง ลด ค่าธรรมเนียมการโอน และ ค่าจดจำนอง จากอัตราปกติให้เหลือเพียง 0.01% (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด) และใช้ได้ถึง 30 มิถุนายน 2569 บทความนี้จะสรุปให้ครบ ตั้งแต่เงื่อนไข สิ่งที่ต้องจ่าย เอกสารที่ต้องใช้ ไปจนถึงขั้นตอนที่สำนักงานที่ดิน เพื่อให้คุณวางแผนงบฯ ได้แบบไม่พลาด

1) มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน–จดจำนอง 2569 คืออะไร?

มาตรการ “ลดค่าธรรมเนียมโอน–จดจำนอง 2569” คือ มาตรการรัฐที่ลดค่าธรรมเนียม ณ กรมที่ดิน/สำนักงานที่ดิน สำหรับการซื้อบ้าน–คอนโดฯ เพื่ออยู่อาศัย (ตามเกณฑ์) ให้เหลือถูกมาก เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาฯ และช่วยลดภาระวันโอนกรรมสิทธิ์ โดยปกติ (กรณีทั่วไป) ที่สำนักงานที่ดินจะมีค่าใช้จ่ายหลัก ๆ เช่น

  • ค่าธรรมเนียมการโอน คิดเป็น 2%

  • ค่าจดจำนอง (กรณีกู้) คิดเป็น 1%
    รวมถึงรายการภาษี/อากรอื่น ๆ (เดี๋ยวลงรายละเอียดในหัวข้อถัดไป)

แต่มาตรการที่ต่อถึงปี 2569 ปรับลด “เฉพาะค่าธรรมเนียม 2 รายการนี้” ให้เหลือ

  • ค่าจดทะเบียนโอน จาก 2% เหลือ 0.01%

  • ค่าจดทะเบียนจำนอง จาก 1% เหลือ 0.01%
    และใช้ได้ถึง 30 มิถุนายน 2569

ประเด็นสำคัญ: มาตรการนี้ “ลดค่าธรรมเนียม” ไม่ได้ลดภาษีทุกตัว ภาษีบางรายการยังคิดตามปกติ (ขึ้นกับเงื่อนไขของผู้ขายและทรัพย์สิน)

มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน–จดจำนอง (ต่อถึงปี 2569)

ปรับลด “เฉพาะค่าธรรมเนียม 2 รายการ” จากอัตราปกติ เหลือ 0.01%

ใช้ได้ถึง 30 มิถุนายน 2569 เฉพาะ: ค่าธรรมเนียมโอน + ค่าจดจำนอง
รายการ อัตราปกติ (กรณีทั่วไป) อัตรามาตรการ (ถึง 30 มิ.ย. 2569) หมายเหตุ
ค่าจดทะเบียนโอน 2% 0.01% ลดเฉพาะค่าธรรมเนียม “การโอน”
ค่าจดทะเบียนจำนอง (กรณีกู้) 1% 0.01% ลดเฉพาะค่าธรรมเนียม “จำนอง”
หมายเหตุ: ยังมีรายการภาษี/อากรอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง (เช่น ภาษีธุรกิจเฉพาะ/อากรแสตมป์/ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย) ซึ่งไม่ได้อยู่ในมาตรการลดนี้


2) ใครบ้างได้สิทธิ? เช็กเงื่อนไข 0.01% ให้ผ่านครบทุกข้อ

เพื่อให้ได้สิทธิ “0.01%” ทั้งค่าโอนและค่าจดจำนอง ต้องเข้าเงื่อนไขให้ครบตามนี้: ผู้ซื้อเป็น “บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย” และเป็นการซื้อที่อยู่อาศัยที่เข้าข่าย (บ้านเดี่ยว/บ้านแฝด/ทาวน์เฮาส์/ที่ดินพร้อมอาคาร/ห้องชุด) จากนั้นเช็ก “ราคา” ให้ผ่านทั้ง 2 ด่าน คือราคาซื้อขาย “และ” ราคาประเมินทุนทรัพย์ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท พร้อมกันนี้ “วงเงินจำนองต่อสัญญา” ก็ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทด้วย และเพื่อให้ได้ลดค่าจดจำนอง 0.01% ต้องจดจำนอง “พร้อมวันโอน/ในคราวเดียวกัน” ตามเงื่อนไขของมาตรการด้วยนะคะให้ได้สิทธิ 0.01% ทั้งค่าโอนและค่าจดจำนอง สรุปเป็นตารางได้ดังนี้

เงื่อนไขเข้าเกณฑ์มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน–จดจำนอง (ถึง 30 มิ.ย. 2569)

สรุป “เข้าเกณฑ์/ไม่เข้าเกณฑ์” ให้เช็กได้ในตารางเดียว

หัวข้อ เข้าเกณฑ์ (ใช้ได้) ไม่เข้าเกณฑ์ / หมายเหตุ
2.1 ประเภทอสังหาฯ
  • บ้านเดี่ยว
  • บ้านแฝด
  • บ้านแถว
  • อาคารพาณิชย์
  • ที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัย
  • ห้องชุด (คอนโดฯ )
ครอบคลุมทั้งมือหนึ่งและมือสอง
  • ไม่รวม “ซื้อขายเฉพาะที่ดินเปล่า”
  • ไม่รวมกรณี “ขายเฉพาะส่วน”
2.2 เพดานราคา/วงเงิน
  • ราคาซื้อขาย และราคาประเมินทุนทรัพย์: ไม่เกิน 7 ล้านบาท/สัญญา
  • วงเงินจำนอง: ไม่เกิน 7 ล้านบาท/สัญญา
เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา = ไม่เข้าเกณฑ์
2.3 ผู้ซื้อ ผู้ซื้อต้องเป็น บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
นิติบุคคล / ต่างชาติ = ไม่เข้าเกณฑ์
2.4 จดพร้อมกันในคราวเดียว ต้อง จดทะเบียนโอน และ จดจำนองกับสถาบันการเงิน “ในคราวเดียวกัน”
จึงจะได้ลด “ทั้งสองส่วน”
ถ้าจดไม่พร้อมกัน อาจได้ลดไม่ครบ/ไม่ได้ลด
2.5 ช่วงเวลามาตรการ ต้องโอนและจดจำนอง “ให้แล้วเสร็จ” ไม่เกิน 30 มิถุนายน 2569
เกินวันที่กำหนด = ไม่เข้าเกณฑ์
ทิป: ถ้ากำลังจะกู้ แนะนำให้เช็ก “ราคาประเมิน + วงเงินจำนอง” ให้ไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา และนัดวันโอน/จดจำนองให้ “จบในวันเดียว” เพื่อให้เข้าเกณฑ์ครบค่ะ

3) ประหยัดจริงแค่ไหน? ดูตัวเลขแล้วจะเข้าใจทันที

ตัวอย่างที่ 1: ซื้อบ้านราคา 2,000,000 บาท (สมมติวงเงินจำนอง 2,000,000 บาท)

กรณีปกติ

  • ค่าโอน: 2,000,000 × 2% = 40,000 บาท

  • ค่าจดจำนอง: 2,000,000 × 1% = 20,000 บาท
    รวม = 60,000 บาท

กรณีได้สิทธิ 0.01%

  • ค่าโอน: 2,000,000 × 0.01% = 200 บาท

  • ค่าจดจำนอง: 2,000,000 × 0.01% = 200 บาท
    รวม = 400 บาท

ประหยัด = 59,600 บาท

ตัวอย่างนี้สะท้อนภาพชัดว่า “เงินต่าง” ที่ลดได้เอาไปทำอะไรต่อก็ได้—ทำบ้าน เติมเฟอร์ฯ หรือเก็บเป็นเงินสำรองก็ยังดี

ตัวอย่างที่ 2: บ้าน 7,000,000 บาท และวงเงินจำนอง 7,000,000 บาท

เอกสารสรุปจากฝั่งภาครัฐยกตัวอย่างไว้ชัด:

  • ค่าโอนปกติ 140,000 บาท (2%) → เหลือ 700 บาท (0.01%)

  • ค่าจำนองปกติ 70,000 บาท (1%) → เหลือ 700 บาท (0.01%)
    รวมปกติ 210,000 บาท → เหลือ 1,400 บาท


4) แล้ว “วันโอน” ต้องจ่ายอะไรอีกบ้าง? 

ต่อให้คุณได้ค่าโอน 0.01% ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายรายการที่คนซื้อบ้านมักเจอ โดยเฉพาะเคสฯ มือสอง หรือดีลที่ต้องเคลียร์ภาษีของผู้ขาย ด้านล่างคือภาพรวมแบบ “จบในบทความเดียว” แบ่งให้เป็น 3 กลุ่มใหญ่:

1) ค่าใช้จ่าย ณ สำนักงานที่ดิน

2) ค่าใช้จ่ายฝั่งธนาคาร (กรณีกู้)

3) ค่าใช้จ่ายโครงการ/นิติฯ และค่าเบ็ดเตล็ด


5) ค่าใช้จ่าย ณ สำนักงานที่ดิน

ตารางสรุปค่าใช้จ่ายหลักที่สำนักงานที่ดิน (วันโอน/จดจำนอง)

สรุปแบบอ่านเร็ว: “ต้องจ่ายอะไร / คิดยังไง / มีเงื่อนไขอะไรบ้าง”

รายการ อัตราปกติ ถ้าเข้าเกณฑ์มาตรการ หมายเหตุ / ข้อควรรู้
5.1 ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน
  • ค่าคำขอ 5 บาท
  • ค่าอากรคู่ฉบับ 5 บาท
  • ค่าพยาน 20 บาท
ยังมี (เท่าเดิม) ตัวเลขเล็ก แต่ต้องมีทุกเคส
5.2 ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมิน 0.01%
หมายเหตุฐานคำนวณ: ในทางปฏิบัติจะยึดเกณฑ์ตามการประเมิน/กฎหมาย/ประกาศที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นให้ยึด “ใบคำนวณค่าใช้จ่าย” ของสำนักงานที่ดินเป็นตัวสุดท้ายเสมอ
5.3 ค่าจดจำนอง (กรณีกู้)
  • 1% ของยอดเงินจำนอง
  • โดยทั่วไปมักกล่าวถึงเพดานสูงสุด ไม่เกิน 200,000 บาท (รายละเอียดอาจต่างตามหลักเกณฑ์)
0.01% ต้อง “โอน + จำนอง” คราวเดียวกัน
ใช้เฉพาะกรณีกู้/มีการจดจำนองกับสถาบันการเงิน
5.4 ค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาขายหรือราคาประเมิน (เลือกฐานที่เข้าเกณฑ์ตามการประเมิน) ขึ้นอยู่กับกรณี ถ้า “ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT)” แล้ว จะไม่มีภาระอากรแสตมป์ในส่วนนั้น
5.5 ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมิน (ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้) ไม่เกี่ยวกับส่วนลด 0.01% โดยทั่วไปเจอเมื่อผู้ขายถือครอง ไม่เกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้าน ไม่ถึง 1 ปี (หากเข้าเงื่อนไขยกเว้น จะไปเสียอากรแสตมป์แทน)
5.6 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาระของผู้ขาย (บุคคลธรรมดา) ชำระตามวิธีคำนวณของเจ้าหน้าที่ ไม่เกี่ยวกับส่วนลด 0.01% คำนวณตามราคาประเมินและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ให้ยึดใบคำนวณของสำนักงานที่ดิน)
ทริกก่อนเซ็นสัญญา
ในสัญญาซื้อขายควร “ระบุให้ชัด” ว่าใครเป็นคนออกค่าอะไร อย่าปล่อยให้เป็นคำว่า “ตามปกติ” เพราะปกติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเถียงกันวันโอน
หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นสรุปภาพรวมเพื่อวางแผนงบฯ ค่าใช้จ่ายจริงให้ยึด “ใบคำนวณค่าใช้จ่าย” ของสำนักงานที่ดินเป็นหลัก

6) ค่าใช้จ่ายฝั่งธนาคาร (กรณีกู้ซื้อบ้าน/คอนโดฯ )

ส่วนนี้ไม่ใช่ค่าที่สำนักงานที่ดินโดยตรง แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้กู้ควรวางแผนเผื่อไว้ เช่น

  • ค่าประเมินหลักประกัน (แต่ละธนาคาร/โปรโมชันอาจต่างกัน)

  • ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ/ค่าจัดการสินเชื่อ (บางธนาคารมี บางธนาคารยกเว้น)

  • ประกันอัคคีภัย (มักเป็นรายการที่ธนาคารกำหนด)

  • ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) บางเคสฯ เลือกได้ บางเคสฯ ธนาคารแนะนำค่อนข้างแรง

คำแนะนำแบบตรง ๆ: ก่อนนัดวันโอน ให้ขอ “ใบสรุปค่าใช้จ่ายวันโอน” จากธนาคารล่วงหน้า จะได้รู้ว่าเงินสด/แคชเชียร์เช็คต้องเตรียมเท่าไหร่ ไม่ใช่ไปยืนหน้าที่ดินแล้วค่อยรู้ว่าขาด


7) ค่าใช้จ่ายโครงการ/นิติฯ (โดยเฉพาะคอนโดฯ ) และค่าอื่น ๆ ที่มักลืม

7.1 นิติฯ / โครงการ

  • ค่าส่วนกลางล่วงหน้า / ค่ากองทุน (คอนโดฯ มักมี)

  • ค่าน้ำ-ไฟค้างชำระ / ค่ามิเตอร์/ค่าติดตั้ง (ถ้ามี)

  • ค่าหนังสือรับรองปลอดหนี้/ค่าเอกสารนิติฯ แล้วแต่โครงการ

7.2 ค่าเบ็ดเตล็ดที่ควรเผื่อ (เพราะเจอบ่อยกว่าที่คิด)

  • ค่าตรวจเอกสาร/ทนาย (ถ้าจ้าง)

  • ค่าขนย้าย/ทำความสะอาด/ซ่อมเล็ก ๆ ก่อนเข้าอยู่

  • ค่าเดินทาง/วันลางาน ต้นทุนแฝงที่ไม่ควรมองข้าม


8) เอกสารโอนที่ดิน 2569: เตรียมให้ครบ วันโอนจะไหลลื่นมาก

สำหรับบุคคลธรรมดา เอกสารพื้นฐานที่ควรเตรียม ได้แก่

  • บัตรประชาชนตัวจริง + สำเนาเซ็นรับรอง

  • ทะเบียนบ้านตัวจริง + สำเนาเซ็นรับรอง

  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

  • หนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) กรณีไม่ได้ไปเอง และเอกสารผู้รับมอบอำนาจ (บัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน) พร้อมติดอากรให้ถูกต้อง

ข้อควรจำ: เอกสารไม่ครบ = คิวเสียเวลา = วันโอนยืด และบางเคสฯ กระทบกำหนดจ่ายเงินกับธนาคารด้วย


9) ขั้นตอนการโอนที่ดิน 2569: 7 ขั้นตอนที่สำนักงานที่ดิน

1. ยื่นคำขอ กรอกแบบฟอร์มและยื่นเอกสารทั้งหมด

2. ตรวจสอบเอกสารและรับคิว ผ่านประชาสัมพันธ์

3. ลงนามในเอกสาร ผู้ขายและผู้ซื้อเซ็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่

4. เจ้าหน้าที่ประเมินและคำนวณยอด ออก “ใบแจ้งยอดค่าใช้จ่าย”

5. ชำระเงิน ที่ฝ่ายการเงิน

6. นำใบเสร็จกลับไปยื่น ให้ฝ่ายชำนาญงานตามขั้นตอน

7. รับโฉนด ตรวจชื่อสลักหลังโฉนดและรายละเอียดให้ถูกต้องก่อนรับกลับ

หมายเหตุ: ถ้าไม่สะดวกไปเอง ทำมอบอำนาจได้ แต่ต้องทำเอกสารให้ถูกตั้งแต่ต้น


10) สรุปให้จำง่าย: วันโอนต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ให้ท่องเป็นสูตรเดียว:

วันโอน = ค่าธรรมเนียมที่ดิน + (ถ้ากู้) ค่าจดจำนอง + ภาษี/อากรของดีล + ค่าธนาคาร + ค่านิติฯ / โครงการ + ค่าเบ็ดเตล็ด

และถ้าคุณอยาก “เช็กว่าเข้าเกณฑ์ 0.01% ไหม” ให้ไล่เช็ก 4 คำถามนี้ก่อน

1. ราคาซื้อขาย/ราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาท ใช่ไหม

2. วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท ใช่ไหม

3. ผู้ซื้อเป็น บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ใช่ไหม

4. โอนและจดจำนอง ในคราวเดียวกัน และทำให้เสร็จก่อน 30 มิถุนายน 2569 ใช่ไหม

ถ้าผ่านครบ โอกาสประหยัด “เฉพาะค่าธรรมเนียม” ถือว่าหนักมากแบบที่เห็นในตัวอย่าง


เช็กลิสต์ท้ายบทความ 

  • ขอใบสรุปค่าใช้จ่ายจากธนาคารล่วงหน้า

  • สรุปในสัญญาให้ชัดว่า “ใครจ่ายอะไร”

  • เผื่องบฯ สำหรับนิติฯ / ส่วนกลาง / เอกสารโครงการ (โดยเฉพาะคอนโดฯ )

  • ตรวจเอกสารให้ครบก่อนวันนัด เพื่อไม่ให้วันโอนสะดุด

หากคุณอยากให้ช่วย “ประเมินแบบคร่าว ๆ” ว่าดีลของคุณจะจ่ายอะไรบ้าง (และได้ 0.01% หรือไม่) พิมพ์ 4 อย่างนี้ ราคา, วงเงินกู้, บ้านหรือคอนโดฯ , มือหนึ่ง/มือสอง แล้วส่งมาได้เลยที่ Line OA: @proviewliving

สนใจฝากขายบ้าน ที่ดิน หรือปรึกษาเรื่องการลงทุนอสังหาฯ ในสุราษฎร์ธานี

Back to top
Powered by Omni Themes