ข้ามไปยังเนื้อหา
ทำไมช่วงนี้แบงก์ "โคตรตึง" ยื่นกู้ยังไงก็ไม่ผ่าน?

ทำไมช่วงนี้แบงก์ "โคตรตึง" ยื่นกู้ยังไงก็ไม่ผ่าน?

Apr 24

ทำไมช่วงนี้แบงก์ "โคตรตึง" ยื่นกู้ยังไงก็ไม่ผ่าน?  | Proview Living

ทำไมช่วงนี้แบงก์ "โคตรตึง" ยื่นกู้ยังไงก็ไม่ผ่าน?

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตื่นเต้นกับการซื้อบ้านหลังแรก แต่พอยื่นเอกสารขอสินเชื่อกับธนาคารกลับโดน "ปฏิเสธ" ซ้ำไปซ้ำมา…
ขอให้รู้ไว้เลยค่ะว่า “ไม่ใช่คุณคนเดียว” ที่กำลังเจอสถานการณ์แบบนี้!

วันนี้ Proview Living จะพาคุณมาดูกันชัด ๆ ว่า
ทำไมปี 2568 นี้ ธนาคารถึง "ตึงมือ" และปล่อยกู้ยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า?
รวมถึงแนวทางแก้เกมให้คุณมีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้านในฝันให้ได้ค่ะ


1. หนี้เสียพุ่ง ธนาคารเลย "ขอเข้ม"

ตั้งแต่ปี 2566 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2568 สถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า
"หนี้เสีย" หรือ NPL (Non-Performing Loan) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในกลุ่มสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล

แบงก์จึงต้อง “คุมความเสี่ยง” เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ เช่น

  • คัดกรองผู้กู้ให้ละเอียดขึ้น

  • ดูเครดิตบูโรย้อนหลังยาวขึ้น

  • ส่อง Statement จนถึงรูขุมขน

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของรายได้แบบจริงจัง

ใครที่มีประวัติค้างชำระ เคยผิดนัด หรือรายได้ไม่เสถียร โอกาสหลุดสูงมากค่ะ!


2. ดอกเบี้ยขาขึ้น = ภาระหนี้หนักกว่าเดิม

อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นแบบต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ทำให้ยอดผ่อนบ้านต่อเดือนของผู้กู้สูงขึ้นอัตโนมัติ แม้จะกู้ในวงเงินเท่าเดิมก็ตาม!

ธนาคารเลยต้องเผื่อความเสี่ยงไว้
เพราะหากผู้กู้มีภาระผ่อนเกิน 40%-50% ของรายได้ ก็เสี่ยงสูงที่จะผิดนัดชำระได้ง่าย ๆ

DTI (Debt to Income Ratio) เลยถูกจับตาเป็นพิเศษ
และหลายแบงก์ถึงขั้น "หั่นวงเงิน" หรือ "ปฏิเสธ" ไปเลย ถ้าตัวเลขไม่สวย


3. อาชีพไม่มั่นคง = แบงก์ลังเลสุด ๆ

ในอดีตขอแค่มีรายได้ประจำก็พอ แต่ตอนนี้ "มั่นคงแค่ไหน?" กลายเป็นโจทย์ที่ธนาคารใช้วัดก่อนปล่อยกู้

อาชีพที่ได้เปรียบ:

  • ข้าราชการ

  • พนักงานรัฐวิสาหกิจ

  • พนักงานเอกชนในบริษัทใหญ่-รายได้สม่ำเสมอ

อาชีพที่เสี่ยงโดนรีเจกต์:

  • ฟรีแลนซ์

  • ธุรกิจส่วนตัวที่ไม่มีหลักฐานรายได้ชัดเจน

  • อาชีพที่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ เช่น ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ฯลฯ

แค่คำว่า “รายได้ดี” ไม่พอ ต้อง "เสถียร" และ "มีหลักฐานแน่น" เท่านั้นค่ะ


4. เกณฑ์ประเมิน "โหด" ขึ้นกว่าเดิม

สมัยก่อนอาจดูแค่เงินเดือนกับหนี้ที่มี แต่ตอนนี้แบงก์จะดูลึกไปถึง:

  • รายละเอียดบัญชีเงินเข้า-ออก (Cash Flow)

  • ความสม่ำเสมอในการรับเงินเดือน

  • รายการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ผิดสังเกต

  • ยอดหนี้สินค้างเก่า และพฤติกรรมชำระหนี้

เรียกได้ว่า ไม่มีอะไร "หลุดรอด" จากสายตาแบงก์ได้เลย!
เพราะเขาอยากมั่นใจว่าคุณจะไม่กลายเป็น NPL อีกในอนาคต


แล้วจะทำยังไงดี? ถ้าไม่อยากโดนปฏิเสธสินเชื่อ

1. เคลียร์หนี้เก่าให้เบาที่สุด
หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้รถ... เคลียร์ได้ต้องเคลียร์ก่อนขอยื่นกู้

2. เช็กเครดิตบูโรตัวเองก่อนทุกครั้ง
อย่าให้มีค้างจ่ายซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว เพราะระบบแบงก์รู้หมด!

3. เสริม Statement ให้ดูดี
ให้เงินเข้า-ออกสม่ำเสมอทุกเดือน มีเงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายชัดเจน

4. เลือกยื่นกู้กับแบงก์ที่เหมาะกับอาชีพคุณ
อย่าสุ่มมั่ว! ต้องเลือกธนาคารที่เข้าใจอาชีพและไลฟ์สไตล์ของคุณ

5. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เป๊ะ ตั้งแต่รอบแรก
ยิ่งรอบคอบ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้สินเชื่อผ่านง่ายขึ้น


สรุป: ทำเลไม่ใช่แค่โลเคชัน...แต่คือพลังชีวิต!

"แบงก์โคตรตึง" ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดจากหลายปัจจัยพร้อมกัน
ทั้งเศรษฐกิจชะลอ หนี้เสียพุ่ง ดอกเบี้ยขยับ และแบงก์เองก็ต้องระมัดระวังสุดขีด

แต่ถ้าคุณรู้เกมล่วงหน้า เตรียมตัวให้พร้อม
โอกาสได้ถือกุญแจบ้านในฝัน ก็ยังมีอยู่แน่นอนค่ะ!


ต้องการที่ปรึกษามือโปรเรื่องกู้ซื้อบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน หรือวางแผนอสังหา?
Proview Living พร้อมช่วยคุณวางแผนและแนะนำเส้นทางที่ใช่ที่สุด!

ติดต่อเราเลยวันนี้! 📞 LINE: @proviewliving | โทร: 095-659-2656

"Proview Living… เลือกความสุข เลือกคุณภาพ!"

#ProviewLiving #กู้บ้านไม่ผ่านทำไงดี #อสังหาต้องรู้ #รีไฟแนนซ์บ้าน #ตลาดอสังหา2568

Back to top
Powered by Omni Themes