ข้ามไปยังเนื้อหา
ทำไมบางทรัพย์ ยิ่งฝากนายหน้าเยอะ ยิ่งขายได้ช้า? ปัญหาอยู่ที่ไหน และแก้ยังไง

ทำไมบางทรัพย์ ยิ่งฝากนายหน้าเยอะ ยิ่งขายได้ช้า? ปัญหาอยู่ที่ไหน และแก้ยังไง

Apr 24
ความรู้อสังหาฯ เจ้าของทรัพย์ นายหน้า

ทำไมบางทรัพย์
ยิ่งฝากนายหน้าเยอะ ยิ่งขายได้ช้า?
ปัญหาอยู่ที่ไหน และแก้ยังไง

เปรียบเทียบแบบหมดเปลือก 5 มิติ พร้อมตอบ 3 ข้อกังวลที่เจ้าของทรัพย์ถามเจินบ่อยที่สุด — ก่อนตัดสินใจฝากขาย อ่านสิ่งนี้ก่อนค่ะ

JP
เจิน — Proview Living
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ · สุราษฎร์ธานี
อ่าน 8 นาที

1. Open Listing คืออะไร และทำไมถึงเป็นปัญหา

Open Listing หรือที่เรียกว่า "ฝากขายแบบเปิด" คือการให้นายหน้าหลายรายขายทรัพย์พร้อมกัน ไม่มีผู้รับผิดชอบหลัก ใครปิดดีลได้ก่อนได้ค่าคอมมิชชัน

ฟังดูดีในทางทฤษฎี แต่ในความเป็นจริงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ มันทำงานตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

ปัญหาหลัก: เมื่อนายหน้าทุกรายรู้ว่ามีคนอื่นแข่งขายอยู่ ไม่มีใครกล้าลงทุนทำการตลาดอย่างจริงจัง เพราะกลัวว่าลงทุนไปแล้วคนอื่นได้ค่าคอมแทน ผลคือทรัพย์ดีๆ ถูกทิ้งให้ "ขายตัวเอง" โดยไม่มีใครดูแลค่ะ

นี่คือเหตุผลที่เจ้าของทรัพย์หลายรายที่โทรมาหาเจินบอกว่า "ฝากขายกับนายหน้า 8 ราย มา 2 ปีแล้ว ยังขายไม่ได้เลยสักครั้ง" ทั้งๆ ที่ทรัพย์ดี ทำเลดี ราคาสมเหตุสมผล

"ลองนึกภาพว่าคุณจ้างพนักงานขาย 8 คน แต่มีแค่ คนเดียว เท่านั้นที่จะได้รับค่าจ้างในแต่ละวัน คนที่เหลืออีก 7 คนจะทุ่มเทขายหรือเปล่าคะ?"

— เจิน · Proview Living

2. เบื้องหลังที่นายหน้าไม่บอกคุณ

เจินจะพูดตรงๆ ในฐานะนายหน้าที่อยู่ในวงการมานานค่ะ สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวนายหน้าทุกรายที่ได้รับทรัพย์แบบ Open คือ

  • "ถ้าฉันยิง Ad วันนี้ 5,000 บาท แต่นายหน้าอีกรายปิดดีลได้ก่อน ฉันได้อะไร?" — คำตอบคือไม่ได้อะไรเลยค่ะ
  • "ถ้าฉันพาลูกค้าไปดูถึง 3 ครั้ง แต่ลูกค้าโทรปิดกับนายหน้าอีกราย ฉันเสียเวลาเปล่า" — นี่คือความเสี่ยงที่ทุกรายมองเห็น
  • "เช่นนั้น ฉันจะรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาฉันเองดีกว่า" — ผลคือไม่มีใครลงทุนให้ทรัพย์ของคุณเลย

ผลกระทบที่มองไม่เห็นทันที: ทรัพย์ที่อยู่ใน Open Listing นานๆ จะเริ่มมีภาพลักษณ์ว่า "ขายไม่ได้" ลูกค้าที่เห็นทรัพย์เดิมซ้ำๆ หลายเดือนจะตั้งคำถามว่า "มีปัญหาอะไรรึเปล่า?" และใช้สิ่งนี้กดราคาลงค่ะ

3. เปรียบเทียบ 5 มิติ: Open Listing vs Exclusive Agent

มาดูข้อเท็จจริงกันตรงๆ เลยค่ะ

มิติที่เปรียบเทียบ Open Listing (หลายราย) Exclusive Agent (1 ราย)
1. การลงทุนด้านการตลาด ไม่มีใครลงทุน Ad / Content จริงจัง เพราะผลตอบแทนไม่แน่นอน ลงทุนเต็มที่ ยิง Ad ทำ Content ถ่ายภาพ วิดีโอ เพราะแน่ใจในผลตอบแทน
2. ราคาที่เจ้าของทรัพย์ได้รับ ถูกกดลงเรื่อยๆ นายหน้าแข่งกันเสนอส่วนลดเพื่อเอาใจลูกค้า เจรจาเพื่อราคาสูงสุดให้เจ้าของทรัพย์ เพราะนั่นคือหน้าที่หลัก
3. ภาพลักษณ์ทรัพย์ ข้อมูลไม่สม่ำเสมอ ราคาหลายราคา ดูขาดความน่าเชื่อถือ ข้อมูลถูกต้องสม่ำเสมอ ราคาเดียว ภาพถ่ายคุณภาพดี ดูน่าเชื่อถือ
4. ระยะเวลาปิดดีล นานกว่า เพราะไม่มีแผนการตลาดชัดเจน ทรัพย์ถูกทิ้งไว้ เร็วกว่า เพราะมีแผนและลงทุนทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง
5. การรายงานและความโปร่งใส ไม่มีใครรับผิดชอบรายงาน เจ้าของทรัพย์ต้องตามเองทุกราย รายงานความคืบหน้าสม่ำเสมอ โปร่งใสทุกขั้นตอน

สรุปสั้นๆ: Open Listing ฟังดูดีเพราะคิดว่า "ยิ่งเยอะยิ่งดี" แต่ในความเป็นจริง มันสร้างสถานการณ์ที่ทุกคนรอให้คนอื่นลงทุนก่อน ผลคือ ไม่มีใครลงทุนเลย และทรัพย์ของคุณก็ไม่มีวันขายได้ค่ะ

4. ตอบ 3 ข้อกังวลที่เจ้าของทรัพย์ถามบ่อยที่สุด

เจินเข้าใจว่าการมอบสิทธิ์ Exclusive ให้นายหน้ารายเดียวต้องใช้ความไว้วางใจมาก นี่คือ 3 ข้อกังวลที่ได้ยินบ่อยที่สุด พร้อมคำตอบตรงๆ ค่ะ

Q1 "กลัวว่านายหน้าจะถือสัญญาไว้เฉยๆ ไม่ทำงาน แล้วเราจะทำอะไรไม่ได้เลย?"

ความกังวลนี้สมเหตุสมผลมากค่ะ แต่ข้อเท็จจริงคือ นายหน้า Exclusive คือคนที่มีแรงกดดันทำงานหนักที่สุด เพราะถ้าขายไม่ได้ก็ไม่ได้อะไรเลย ต่างจาก Open Listing ที่นายหน้าไม่เสียอะไรเลยถ้าไม่ทำงาน

วิธีป้องกัน: สัญญา Exclusive ที่ดีควรกำหนดชัดเจนว่านายหน้าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละเดือน เช่น จำนวน Content งบ Ad ขั้นต่ำ จำนวนครั้ง Showing และมีเงื่อนไขยกเลิกสัญญาถ้าไม่ปฏิบัติตามค่ะ

Q2 "กลัวจะได้ราคาต่ำกว่าที่ควร เพราะนายหน้ารายเดียวจะไม่มีแรงกดดันจากการแข่งขัน?"

ตรงข้ามเลยค่ะ การแข่งขันใน Open Listing ไม่ใช่การแข่งกันขายให้ได้ราคาสูงสุด แต่เป็น การแข่งกันเอาใจลูกค้าด้วยการเสนอส่วนลด

ตัวอย่าง: ลูกค้าโทรหานายหน้า 3 รายพร้อมกันแล้วถาม "ลดได้ไหม?" นายหน้าทั้ง 3 ราย ต่างเสนอส่วนลดแข่งกัน เพราะต้องการปิดดีลให้ได้ ผลคือคุณขายได้ราคาต่ำกว่าที่ควรโดยไม่รู้ตัวค่ะ นายหน้า Exclusive ที่ดีจะทำหน้าที่เป็นตัวแทน 100% และเจรจาเพื่อราคาสูงสุดให้คุณค่ะ

Q3 "กลัวผูกมัดนาน ถ้าขายไม่ได้จะออกจากสัญญาได้ไหม?"

สัญญา Exclusive ที่ดีไม่ควรผูกมัดไม่มีกำหนดค่ะ แต่ระยะเวลาที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับประเภทและราคาของทรัพย์ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวเดียวสำหรับทุกทรัพย์

เจินแบ่งคร่าวๆ ให้เห็นภาพได้ดังนี้ค่ะ

ทรัพย์ขายได้เร็ว (~4 เดือน) คือทรัพย์ที่มีจุดเด่นชัดเจน เช่น ราคาต่ำกว่าตลาด ทำเลดีกว่าคู่แข่ง สภาพพร้อมอยู่ไม่ต้องปรับปรุง หรือมีตัวเลือกเปรียบเทียบในตลาดน้อย — ทรัพย์แบบนี้มักปิดดีลได้ภายใน 3–4 เดือนค่ะ

ทรัพย์ราคาสูง 10–30 ล้านขึ้นไป (~6–12 เดือน) กลุ่มผู้ซื้อมีน้อยกว่า ต้องการเวลาตัดสินใจมากกว่า และต้องอาศัยการเจาะกลุ่มนักลงทุนเฉพาะทาง — ระยะเวลาสัญญาที่สมเหตุสมผลคือ 6–12 เดือนค่ะ

สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขระยะเวลา คือสัญญาต้องระบุสิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจนค่ะ: (1) กิจกรรมการตลาดที่นายหน้าจะทำในแต่ละช่วง (2) เงื่อนไขการต่ออายุหรือทบทวนร่วมกัน (3) เงื่อนไขยกเลิกก่อนกำหนดถ้านายหน้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง — ถ้านายหน้าไม่กล้าระบุสิ่งเหล่านี้ในสัญญา นั่นคือสัญญาณเตือนค่ะ

5. Checklist ก่อนตัดสินใจมอบสิทธิ์ Exclusive

ก่อนไว้วางใจนายหน้ารายใดรายหนึ่ง ลองถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองและกับนายหน้าค่ะ

✓ ถามก่อนเซ็นสัญญา Exclusive
  • นายหน้าสามารถแสดงผลงานที่ผ่านมาได้ชัดเจนไหม?
  • สัญญาระบุระยะเวลาที่เหมาะสมกับประเภทและราคาทรัพย์จริงๆ หรือไม่? (ทรัพย์ทั่วไป ~4 เดือน / ทรัพย์ 10 ล้านขึ้น ~6–12 เดือน)
  • สัญญาระบุกิจกรรมการตลาดที่นายหน้าจะทำ เช่น จำนวน Content, Ad Budget หรือไม่?
  • มีเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ถ้านายหน้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่?
  • นายหน้ามีแผนการตลาดที่ชัดเจนสำหรับทรัพย์ของคุณโดยเฉพาะหรือไม่?
  • นายหน้ามีความสามารถผลิต Content คุณภาพดี (ภาพ วิดีโอ บทความ) หรือไม่?
  • นายหน้ามีช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และมี Co-Agent ที่จะช่วยกระจายทรัพย์ได้หรือไม่?

เคล็ดลับ: นายหน้าที่ดีจะตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจและโปร่งใส ถ้านายหน้ารายใดตอบไม่ชัดเจน หรือไม่ยอมระบุในสัญญา ให้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนค่ะ

6. Proview Living ทำงานอย่างไรในฐานะ Exclusive Agent?

เมื่อเจ้าของทรัพย์ไว้วางใจให้ Proview Living เป็น Exclusive Agent สิ่งที่เราลงทุนทำให้ทันทีและสม่ำเสมอตลอดสัญญามีดังนี้ค่ะ

  • ถ่ายภาพและวิดีโอทรัพย์อย่างมืออาชีพ พร้อม Script ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ใช่
  • ผลิต Content รายสัปดาห์สำหรับทุก Platform: TikTok / YouTube / Facebook / Instagram
  • ยิง Paid Ad เจาะกลุ่มผู้ซื้อจริงและนักลงทุนในพื้นที่โดยเฉพาะ สำหรับทรัพย์ที่ตั้งราคาสมเหตุสมผลตามตลาด
  • กระจายทรัพย์เข้าเครือข่ายนักลงทุน VIP และเครือข่าย Co-Agent ทั่วประเทศ
  • คัดกรองลูกค้าและตรวจสอบความพร้อมทางการเงินก่อนพาดูทรัพย์จริง
  • รายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์ โปร่งใสทุกขั้นตอน
  • เจรจาต่อรองราคาเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของเจ้าของทรัพย์

เรื่องหนึ่งที่เจินต้องพูดตรงๆ — เรื่องราคาค่ะ

หนึ่งในสาเหตุที่ทรัพย์ขายไม่ได้นานปีไม่ได้มาจาก Open Listing อย่างเดียวค่ะ บางกรณีมาจาก การตั้งราคาสูงเกินกว่าที่ตลาดรับได้

ตัวอย่างจริง: ทรัพย์เปิดราคา 500,000 บาท รอมา 2 ปี ลดมาเหลือ 450,000 สุดท้ายขายจบที่ 400,000 บาท นั่นคือเสียเวลา 2 ปีและรับเงินน้อยกว่าที่ควรได้ ถ้าตั้งราคาสมเหตุสมผลตั้งแต่ต้น อาจขายได้ภายใน 4 เดือน ในราคาที่ดีกว่าด้วยซ้ำค่ะ

Proview Living มีจุดยืนชัดเจนในเรื่องนี้ค่ะ เราไม่ลงทุน Paid Ad ให้กับทรัพย์ที่ตั้งราคาสูงกว่าตลาดจริงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องเปลืองงบโฆษณา แต่มันไม่เป็นธรรมกับนักลงทุนที่ไว้วางใจเรามาด้วยค่ะ

สิ่งที่เราจะทำแทนคือ ให้คำแนะนำราคาที่ซื่อสัตย์ โดยอ้างอิงจากราคาตลาดจริง ทรัพย์เปรียบเทียบในทำเลเดียวกัน และระยะเวลาที่สมเหตุสมผลตามประเภทของทรัพย์ เพราะนายหน้ามืออาชีพไม่ใช่คนที่บอก "ตั้งราคาไหนก็ได้ เราขายให้" แต่คือคนที่ บอกความจริงเพื่อให้คุณขายได้จริงค่ะ

"ถ้าคุณตั้งราคาไว้สูงๆ ไม่รีบ ขายเมื่อไหรก็เมื่อนั้น นั่นคือสิทธิ์ของคุณค่ะ แต่ในกรณีนั้น การขายเองอาจเหมาะกว่า เพราะ Proview Living ต้องดูแลทั้งเจ้าของทรัพย์และนักลงทุนที่ไว้วางใจเรา ความน่าเชื่อถือของเราต้องอยู่ตรงกลางเสมอค่ะ"

— เจิน · Proview Living

สรุป: ทรัพย์ดีที่ขายไม่ได้ส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาของทรัพย์ แต่เป็นปัญหาของ วิธีขาย + ราคาที่ตั้ง การเปลี่ยนจาก Open Listing มาเป็น Exclusive Agent ที่ซื่อสัตย์และกล้าบอกความจริงเรื่องราคา คือสิ่งที่จะทำให้ทรัพย์ของคุณขายได้จริง และขายได้ในราคาที่ดีที่สุดด้วยค่ะ

อยากรู้ว่าทรัพย์ของคุณติดกับดักนี้อยู่ไหม?
ทักเจินมาคุยก่อนได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ค่ะ

LINE: @proviewliving ↗

โทร 095-659-2656 · www.proviewliving.com

Back to top
Powered by Omni Themes