ก่อนตั้งราคาขายทรัพย์ลองถามตัวเองด้วย 4 คำถามนี้
เพราะราคาที่เจ้าของอยากได้ กับราคาที่ตลาดจะจ่าย ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกันเสมอไป
ทรัพย์สองหลัง ทำเลใกล้กัน สภาพพอๆ กัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันคนละขั้ว
"ยังไม่ลดหรอก เดี๋ยวก็มีคนมา"
โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย
ความต่างไม่ได้อยู่ที่ทำเล ไม่ได้อยู่ที่สภาพทรัพย์ แต่อยู่ที่ วิธีที่เจ้าของทรัพย์มองราคา ซึ่งส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยจิตวิทยา ไม่ใช่ตัวเลขจริงในตลาด
ก่อนที่จะตั้งราคา ลองถามตัวเองด้วย 4 คำถามนี้ก่อนค่ะ
4 คำถามที่เจ้าของทรัพย์ควรถามตัวเองก่อนตั้งราคา
-
01
ราคานี้มาจากไหน จากตลาด หรือจากความรู้สึกของเรา?
ถ้าตัวเลขมาจาก "ซื้อมาเท่านี้ก็ต้องได้กำไรเท่านี้" หรือ "เพื่อนบ้านเคยบอกว่าราคาควรเป็น..." นั่นคือราคาจากความรู้สึก ไม่ใช่จากตลาด ราคาตลาดมาจากทรัพย์ที่ขายได้จริงในย่านเดียวกัน สภาพใกล้เคียงกัน ในช่วง 6–12 เดือนล่าสุด
-
02
ถ้าลูกค้าซื้อที่ดินเปล่าแล้วสร้างเองแทน แพงกว่าหรือถูกกว่า?
นี่คือคำถามที่ผู้ซื้อทุกคนคำนวณอยู่ในหัวเสมอค่ะ ถ้าซื้อที่ดินเปล่า + สร้างใหม่ ถูกกว่าซื้อบ้านมือสองของเรา ทรัพย์เราก็จะไม่ถูกเลือก ไม่ว่าจะเผื่อต่อมากแค่ไหน
-
03
ของที่บวกเข้าไปในราคา ผู้ซื้ออยากได้จริง หรือเราแค่อยากคืนทุน?
สระว่ายน้ำ ห้องคาราโอเกะ สวนญี่ปุ่น ของตกแต่งพิเศษ ถ้าเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องการ บวกได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นรสนิยมส่วนตัวของเจ้าของ การบวกค่าใช้จ่ายนั้นเข้าไปเต็มๆ มักทำให้ทรัพย์ขายไม่ออก
-
04
ถ้ารอไปอีก 1 ปี ได้ราคาดีขึ้นจริงไหม หรือแค่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม?
การรอมีต้นทุนที่มองไม่เห็น ทั้งภาษีที่ดินรายปี ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมของทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี และโอกาสที่เสียไปจากการนำเงินไปลงทุนอย่างอื่น บางครั้งขายเร็วในราคาตลาด ให้ผลลัพธ์ดีกว่ารอให้ได้ราคาฝัน
ถ้าตอบ 4 คำถามนี้ได้ตรงๆ โดยไม่มีความรู้สึกส่วนตัวแทรก คุณจะรู้เองว่าราคาที่ตั้งอยู่นั้น มาจากตลาด หรือมาจากใจ
4 กับดักจิตวิทยาที่ทำให้เจ้าของตั้งราคาสูงเกินจริง
กลัวขาดทุน / กลัวขายหมู
งานวิจัยของ Kahneman & Tversky พบว่า ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย มีน้ำหนักทางจิตใจมากกว่าความสุขจากการได้รับในจำนวนเท่ากันราว 2 เท่า เจ้าของทรัพย์จึงตั้งราคาสูงไว้ก่อน เพราะกลัว "ขายต่ำกว่าที่ควรได้"
ยึดราคาที่ซื้อมาเป็นจุดอ้างอิง
ตัวเลขที่เราเห็นก่อนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอย่างแข็งแกร่ง เจ้าของใช้ราคาที่ตัวเองซื้อมาเป็น "จุดเริ่มต้น" แล้วบวกขึ้นไป แทนที่จะดูว่าตลาดปัจจุบันกำหนดราคาไว้ที่เท่าไหร่
ให้คุณค่าของของตัวเองสูงกว่าความจริง
การทดลองพบว่าคนให้ราคาสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของสูงกว่าคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ เจ้าของบ้านจะเห็นคุณค่าของการต่อเติม การตกแต่ง หรือความทรงจำในบ้าน ที่ผู้ซื้อมองไม่เห็น
เผื่อต่อ = กันชนทางจิตใจ
ความเชื่อว่า "ลูกค้าต้องต่อ" ทำให้เจ้าของบวกราคาขึ้นล่วงหน้า แต่ลูกค้ายุคนี้เปรียบเทียบราคาออนไลน์ได้ทันที ทรัพย์ที่ราคาสูงกว่าตลาดชัดเจน มักถูกข้ามไปโดยไม่มีการติดต่อเลย
ราคาเผื่อต่อ = ลูกค้าไม่มาเลย หรือมาแล้วต่อแรงจนเจ้าของเสียความรู้สึก
ที่ดินขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าทรัพย์ขึ้นตาม
นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากค่ะ เจ้าของมักอ้างว่า "ราคาที่ดินในย่านนี้ขึ้นมาก" แล้วนำตัวเลขนั้นมาบวกเข้ากับราคาทรัพย์ทั้งหมด แต่ความจริงคือ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีทิศทางราคาที่ตรงกันข้ามกัน
ทรัพยากรจำกัด ทำเลเปลี่ยนไม่ได้ อุปสงค์เพิ่มตามการพัฒนาพื้นที่
วัสดุเสื่อมสภาพ รูปแบบล้าสมัย ค่าซ่อมบำรุงสะสม มาตรฐานก่อสร้างเก่ากว่าใหม่
ที่ดินสัดส่วนสูง ราคารวมอาจขึ้น แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างโทรม ต้องหักค่าเสื่อมออก
เหมือนขายรถยนต์ บวกของแต่ง ลบค่าเสื่อม
อสังหาริมทรัพย์กับรถยนต์มีตรรกะราคาที่คล้ายกันมาก
ของตกแต่งหรือต่อเติมที่เจ้าของทำไว้ "คุ้มค่าในสายตาเจ้าของ" กับ "คุ้มค่าในสายตาผู้ซื้อ" เป็นคนละเรื่องกันค่ะ ใจเขาใจเรา ถ้าของนั้นผู้ซื้อยินดีจ่ายเพิ่ม ก็บวกได้ แต่ถ้าไม่ได้ต้องการ ก็บวกแทบไม่ได้เลย
ตัวเลขที่ผู้ซื้อคำนวณอยู่ในหัว
ผู้ซื้อไม่ได้ดูแค่ราคาขาย แต่เขาเปรียบเทียบ "ต้นทุนรวม" ระหว่างตัวเลือกต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
ทางเลือก B ถูกกว่า 750,000 บาท และได้บ้านที่ออกแบบตามต้องการตั้งแต่ต้น ผู้ซื้อจึงไม่เลือก A ไม่ใช่เพราะ "ต่อไม่ได้" แต่เพราะ "ไม่คุ้ม"
ราคาในตลาดคือกระจกที่สะท้อนความจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่เจ้าของทรัพย์อยากเห็น ทรัพย์ที่ตั้งราคาสูงกว่าตลาดไม่ได้ขายช้า มันไม่ขายเลยค่ะ
Proview Living
แล้วเจ้าของทรัพย์ควรทำอย่างไร?
แยกราคาที่ดินออกจากราคาสิ่งปลูกสร้าง
ถ้าขายเป็นที่ดินเปล่า ราคาควรเป็นเท่าไหร่? แล้วสิ่งปลูกสร้างบนนั้นเพิ่มมูลค่าให้จริงๆ เท่าไหร่ ในสายตาผู้ซื้อ ไม่ใช่ในสายตาเจ้าของ
ดูราคาทรัพย์เทียบเคียงที่ขายได้จริง
ไม่ใช่ราคาที่ "ตั้งขาย" แต่ราคาที่ "ขายได้จริง" ของทรัพย์คล้ายกันในย่านเดียวกัน สภาพใกล้เคียงกัน นั่นคือ reference ที่ถูกต้อง
ซ่อมสิ่งที่กระทบราคาจริงๆ ก่อนขาย
ระบบไฟ ประปา หลังคา ห้องน้ำ การซ่อมพื้นฐานคืนทุนดีกว่าการตกแต่งตามรสนิยม เพราะผู้ซื้อจะหักค่าซ่อมออกจากราคาที่เสนอเสมอ และมักหักมากกว่าค่าซ่อมจริง
คำนวณต้นทุนการถือครองทุกเดือน
ภาษีที่ดิน + ค่าบำรุงรักษา + ดอกเบี้ย (ถ้ากู้) + ค่าเสียโอกาส บวกรวมแล้วจะพบว่า "รอขายให้ได้ราคา" บางครั้งแพงกว่า "ขายเร็วในราคาตลาด"
ตลาดอสังหาฯ ไม่ได้เป็นศัตรูกับเจ้าของทรัพย์ค่ะ แต่ตลาดจะบอกความจริงเสมอ ไม่ว่าเจ้าของจะยอมรับหรือไม่
ราคาที่เป็นธรรมไม่ใช่การยอมแพ้ มันคือการเปิดประตูให้ผู้ซื้อเดินเข้ามา
อยากรู้ว่าทรัพย์ของคุณ
ควรตั้งราคาเท่าไหร่?
Proview Living ช่วยประเมินราคาตลาดจากข้อมูลทรัพย์ที่ขายได้จริงในพื้นที่ ไม่ใช่ตัวเลขที่อยากได้ แต่เป็นตัวเลขที่ขายได้


